More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  hydroPhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

October 18

ปิดเทอมมมม แว้วว

เฮ้อ......ปิดเทอมซักกะทีแลบลิ้น
ก็แปลว่า เราจะว่างอีกราว 2 สัปดาห์ แล้วจะทำไรดีหละ
จะไปหา กษมา ลิงน้อย ไอ้แบงค์ ไอ้ต่างๆนาๆ ก็เข้าป่าไปหมดแล้ว
เพื่อนที่ มหาลัย ก็กลับกันหมดแล้ว เหลือแต่ไอ้พัตร สงสัยงานนี้ มันได้มาอยู่อิสานถาวรแน่
 
เอางี้และการ
ปิดเทอมนี้ ไปค่ายดีกว่า ค่ายนักลงทุนรุ่นเยาว์ สนุกแบบนักธุรกิจ
เด็กๆ ที่ค่าย น่ารักมากครับ เด็กดี แต่ถ้าบางคนมานกวน ก็จะโดนพี่ดิน"โบ๊ะกะโหลก"เอา หุๆ ไม่ได้โหดนะ หุๆ
อากาศดีมากมาย ติดเขา ท้ายเขื่อน ทุ่งนาสีเขียว รู้สึกดีมากมาย
 
ขอบคุณ
ครอบครัว (จริงๆ) ที่ทำให้มีวันนี้
แม่ฮัก...ของผม ที่อุตส่าห์ มานั่งรอลูก เป็นชั่วโมง ทั้งๆที่ลูกหนีไปกะอาจารย์เข้าเมืองไปซื้อของและขอของฝากสุดประทับใจของขวัญผูกโบ
พี่ Coke พี่ให้ผมสูบเอาความรู้ และ สัญญาณ wifi บ่อยๆ 
ธนพัตร....เป็นลูกเลี้ยง หาแม่ตัวเองไม่เจอ มาขอสิงกับคนอื่น  และ เมิงก็เป็นคนๆ นึงที่ลุยได้ทุกงานพร้อมกะกรู
 
แต่ก็หละนะ
อยากจะพักผ่อนยาวๆ แบบถึง ลูกถึงคน
ได้ข้อยุติอยู่ตรงที่ จะไปน้ำหนาวกัน ตอนแรก จะแบ็กแพค
 
แต่ทำไม
พอเอาจริง มีตราครุฑ กะ ตรา โรจจนากร(ตรา มมส.) ติดไปด้วยนะ
ขออภัยเพื่อนร่วมทีม เพราะผมไม่รู้นิยามคำว่า BackPack 555
งานนี้คงถูกใจหลายๆคน เช่นเภสัช เอ อยากลุย เด๋วดินจัดให้ พี่โค๊กอยากพักผ่อน ฝันไปเหอะ ได้เอางานไปทำด้วยอีก
แต่ก็ ไปครั้งนี้ จะได้หัดทำเวปไปเลย เพราะจะทำเวปให้น้ำหนาวด้วย จะได้มีความภูมิจายอะไรกะเค้าหน่อย 555
 
July 16

ความไม่สมดุล

 ตังค์ 100 บาท + ความตั้งใจ =  อะไรดีๆ
 
     ก็ผ่านมาแล้วที่ไปทำค่าย ที่ รร บ้านหนองเหล็ก สนุกใช้ได้ หลังจากที่เตรียมงานคนเดียว และ หลังๆ มี ไอ้พัตรมาช่วย ก็เบาแรงไปมาก ขอบจายๆ แต่ก็นะ ไอ้คนที่ควรทำ มันไม่ทำเลยอะ
 
ชั่งเหอะ ไม่เป็นไร แต่ไปครั้งนี้ มีอะๆไรที่ ประทับใจ - สะเทือนใจ หลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่ไป รร. ในตอนเช้าก่อนเด็กๆ เข้าแถว โอ้ โน ทั้งโรงเรียนน้อยกว่าห้องเรียนในมหาลัยห้องนึงอีกเฮ้อ..
 
ในตอนแรก แพลนเอาไว้ว่า กิจกรรม ป.4-6 แต่เสียงสะท้อนก็ออกมาอีก เด็ก ป.1-3 เค้าก็อยากมาเล่นกะเรา ภาคบ่ายก็เลยเล่นกันทั้งหมดนั่นแหละหนุกดี
 
          ตอนเช้า กิจกรรมละลายพฤติกรรม ก็ผ่านไปด้วยดี มาถึงรอบวิชาการ ก็มีเกมส์ มาแหกตาเด็กๆ แต่กลที่ผมเล่นเป็นกลให้ เด็กออกมาจับสิ่งของที่วางไว้บนโต๊ะ แล้วก็ให้ทายว่าทำได้
 
ไง โอ้ สุดยอด เคยเห็นคลาสเรียนเมืองนอกรึปล่าว ยกมือแย่งกันตอบ แย่งกันถาม ไอ้พี่ๆ ที่อยู่รอบๆ อายเลยไม๊หละ แต่มีเด็ก ป.5 คนนึงตอบได้เจ๋งมาก น้องเค้าตอบในการแพร่ความร้อน
 
ของวัตถุ คิดได้ไงหว่า แต่ ออ เอ็งเจ๋ง ที่คิดออก ถึงจะทายไม่ถูก เพราะมันเป็นกลแหกตา
 
         ตอนเที่ยง เห็นเด็กกินข้าว ไม่ใช่ข้าวดิ ขนมจีนน้ำยา แต่น้ำยาใสมากมาย กะผักนิดหน่อย เค้าไม่มีโอกาสจะเลือกเลยว่า กินนั่นไม่หร่อย กินนี่ดีกว่า เพราะมันมีอย่างเดียวไม่มี
 
โอกาสเลือก แค่มีใส่ท้องให้อิ่มก็พอแล้ว แล้ววกมาดูตัวเอง ทำไมกรูเลือกกินจังเลยหว่าสำนึกหนะมีไม๊ (แต่อย่างน้อยชั้นก็ไม่กินเหลือว๊ะ)
 
        ว่ากันต่อกะปัญหาปากท้อง หนู๋น้อย 2 คนพี่น้องกำลังแบ่งกันกินไอติมหลอด ดูเผินๆ น่ารักดีนะ แต่พอไปถาม ทำไมไม่กินคนละอัน คำตอบที่ได้มาถึงกับอึ้ง
 
"ก็แม่มีเงินแค่นี้ ก็ต้องแบ่งกันกิน" สะเทือนใจนะ อยากจะซื้ออีกอันให้ แต่ ก็ไม่กล้า ทำไมหนะเหรอ น้องเค้าอาจจะได้กินติม อร่อยก็จริง แต่กลัวว่ามันจะเป็นการเพราะนิสัยที่ไม่ดีให้น้อง
 
เงินที่มาจากการขอ มันไม่มีคุณค่าเท่ากับเงินที่หามาเองหรอก
 
        เสร็จงาน เหนื่อยมากมาย ไอ้พัตรนอนที่บ้านต่ออีกคืน หนุกหนานกัน แต่ตอนเย็นโดนแม่ใช้แรงงานทาสไปเอาปุ๋ยอีก ตั้งรถนึงเต็มๆ คันๆเหม็นไงก็ไม่รู้ กลับถึงบ้านหลับเป็นตาย
 
 น้ำไม่ได้อาบ เน่าเฟระเลยครับท่าน +55
July 08

ชีวิตที่เรียบง่าย....แต่มันก็งดงาม

 
   ว้า.....ผ่านไปแล้วกะงานรับน้องปี 1 ที่สาขา มันส์มากก ก็ ออกมาดีนะ ดีกว่าที่คิดไว้
 
มันก็สนุก แต่มีอุปสรรคหลักๆคือ "ฝน" ทีอยากให้ตกหละไม่ตก ทีเงี้ย เทเอาๆ หวัดรับประทานหละสิ
 
แต่ก่อนที่จะมีงานนี้....พี่เค้าไม่ได้รับเราเลยอะ เราก็ไม่ได้รับปีสอง แต่ก็เริ่มมาใหม่ก็ได้นี่นาไม่เห็นเสียหายอะไร
 
แต่...กว่าจะออกมาได้ ก็ แทบแย่ เพราะ ดันไปวางนโยบายไว้ว่า ไม่ว๊าก สนุกแบบพี่กับน้อง ไม่ใช่นายกะบ่าว ก็ได้รับเสียง "ตำหนิติเตียน"มามากมาย
 
ว่ามันคือ "ธรรมเนียม" ธรรมเนียมแล้วไง ถ้ามันแย่ เราก็เลิกได้นี่นา ทีรัฐธรรมนูญ ยังเขียนใหม่ปรับปรุงแก้ไขให้มันทันสมัยได้เลย แล้วเรื่องพวกนี้ มันก็คงไม่ยากหรอก
 
 
                  "หรือ พวกคุณชอบให้คมมาร้องโหวกเหวก กดดัน มากกว่าความเมตตาปราณี ผมก็จะจัดคุณอยู่ในกลุ่มคนระบบโลกที่สามต่อไป"
 
 
วันศุกร์ ก่อนกลับม. มีเรื่องวุ่นวาย ปวดกะโหลกกะลาที่มีขี้เลื่อยอยู่เยอะแยะ กว่าจะออกจากบ้านได้ก็ราวบ่ายสี่โมงเย็น รู้สึกผิดอย่างแรงที่ไม่ได้ไปช่วยงาน แต่นะ เราก็วางตำแหน่ง
 
ให้คนอื่นทำได้ก็ดีไป แต่ไงก็รู้สึกผิดอยู่ดี ก็ทำไงได้หว่า มันไม่ว่างจริงๆ กลับมาลงรถที่บายพาส รอขึ้นรถเหลือง แต่ก็ได้ไปเจอ มรเครื่อง ยายหลานมาด้วยกัน ล้มต่อหน้า
 
กระเด็นกระดอนไปคนละทาง เนื่องจากหมาวิ่งตัดหน้าแล้วก็ชน หลานไม่เป็นไร ปต่ยายนี่สิ ปากฉีกราว สาม เซนต์ได้มั๊ง เกือบถึงจมูก เลือดหยดเหมือน
 
ท่อประปาแตก(ประปาสารคามนะ น้ำมันไม่ค่อยไหล) มีกระดาษทิชชู่อยู่ห่อเดียว ก็เลยแกะให้ยายซับเลือด แกก็ดื้อเหลือเกิน ไม่ไป รพ.ทั้งๆที่
 
ยายเอาปากกะหน้า จูบถนนไปเต็มรัก แรงไม๊เหรอ ทั๊งฟันปลอม ฟันจริง กระจาย แกบอก ไม่เจ็บ ก็ ไม่เจ็บหละเด้ มันยังชาอยู่เด๋วก็รู้สึก
 
ตามคุณตำมะหนวด พร้อม รถโรงหมอให้เสร็จสรรพ พร้อมบอกทางหนีทีไล่เอาไว้เรื่องค่ารักษาพยาบาลเพราะแกบอกว่า ไม่ไป
 
รพ.ตามคำแนะนำ เพราะ ยาย  "ไม่มีเงิน" เฮ้อ ชีวิตคนเรามันถูกขนาดนั้นเลยเหรอ พรบ.ก็ไม่มี ทะเบียนก็ขาด ใครจะไป
 
จ่ายค่าทดแทนให้เล่า ถ้าไม่ใช่เจ้าของหมาที่วิ่งตัดหน้า ทีงี้บ่นจัง น่าจะทำ พรบ. มารู้ก็สายไปแล้วยาย หุๆๆ
 
              เรื่องยายใกล้จบ ตำมะหนวดกำลังมา รถ รพ. ก็บึ่งมาแล้ว คนมาช่วยยายก็เยอะแล้ว เห็นที ต้องรีบชิ่งแล้วแหละ ทำไมนั่นเหรอ ขี้เกียจโดนตำรวจสอบให้วุ่นวาย รีบโดด ขึ้นรถ
 เหลืองไปช่วยเพื่อนๆ น้องๆ ทำงานดีก่า Ha....Ha แต่ก่อนไปนี่จิเป็นเรื่อง เนื่องจาก ยายบอกให้หลานขอบคุณคุณหมอ และ อาจารย์ในคนเดียวกัน(หลานเรียกผมว่าหมอ ยายเรียกอาจารย์) ฯกรูแก่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ Ha....Ha.....Ha...
 
 
June 28

ฟ้า หลัง ฝน

 
 
            เ ฮ้ อ....ผ่านไปแล้วกะเรื่องร้ายๆที่ประดังประเดเข้ามา
 
บางทีมันก็หนัก บางทีมันก็เบา แต่มันเข้ามาพร้อมๆกันเหรือนจงใจจะทำให้เราแพ้
 
แต่ไม่หรอก...ชีวิตคงไปจบกับปัญหาเล็กๆน้อยๆพวกนี้ จงภูมิใจในตัวเองซ๊ะ ที่สามารถผ่านมันมา
 
แล้วก็ทำให้มันดีขึ้นได้ ภูมิใจในตัวเองซ๊ะ ที่มีความอดทนอดกลั้นพอ รู้สึกตัวเองมีค่ามากขึ้นมามากมาย
 
ต่อไป ต้อง หัดที่จะแข็งแกร่ง แต่ ไม่แข็งกระด้าง ทำตัวเป็นต้นหญ้าลู่ลม ไม่ยึดติดกับอะไรอีกต่อไป ลองดูคนอื่นสิ
 
หลายคนเค้าทำไม่ได้แบบเรา ลองมองดูคนอื่นสิ เราทำไม่ได้แบบเค้า แต่ไม่เป็นไร แค่ภูมิใจในตัวเอง เราก็รู้สึกเทห์แล้วว
 
เคยได้อ่านหนังสือของ ไล่จงชิง เป็นครอบครัว ขอทามมาจากใต้หวัน คุ้ยขยะหากิน ขอทานกิน พ่อขอทาน แม่และน้องชายปัญญาอ่อน
 
ลูก สิบกว่าคน  พี่สาวโดนขายซ่องเพราะความจน และต้องเดินขอทานวันละกว่าห้าสิบกิโลเมตร เค้ายังทนได้ เพราะความเพียร อ่อนน้อม อ่านวนไป
 
มาหลายรอบแล้วแหละ แต่ก็ยังรู้สึกดี บาที หนังสือที่อ่าน "คนฉลาดแสร้งโง่" มันก็สอนอะไรหลายๆอย่างให้เป็นบทเรียนกับชีวิตได้
 
 
 
                                                                     วันนี้ 28/06/50 ไปลงพื้นที่สำรวจหมู่บ้านมาครับ มีโปรเจกต์ใหญ่ ที่อาจพลิก ชีวิตน้อยๆ ของสมาชิกในกลุ่ม
   
                                                 และหมู่บ้านๆ หนึ่ง ให้กลับ หน้ามือเป็นหลังมือได้ โครการ กล้าใหม่...ใผ่รู้ ชอบมากระดมกึ๋นได้เต็มที่ดี มีไรเอามาใช้ให้หมด
 
หุๆ..ได้ทำบุญด้วยดิ  ขับรถเล่นไปเรื่อย เจอพระเดินอยู่ ก็เลยถาม 
 
 
 
"หลวงพ่อ จะปายหนายยย"
 
"หลวงพ่อจาไปวัด"
 
"ผมไปส่งม๊ายยย"
 
"อัตามาว่า  จาเดินเล่นซักหน่อยนะวัดไม่ไกลหรอก"
 
"งั้น...เด๋วโยม ไม่ส่งอัตตามาที่หมู่บ้านแล้วกัน"
 
 
 
       เหลือเชื่อครับ เมื่อไปส่ง คำว่า "เดินเล่น" ของหลวงพ่อ ที่ดูจากเข็มบนหน้าปัด มัน6 กิโลนะหลวงพ่อ
 
หุๆ...เค้าไม่เหนื่อยหรือไงน้า แต๋ก็อย่างว่า วิถีชนบท ทำไงได้ แต่ทางมันก็น่าเดินนะ ถึงจะเป็นทางลูกรัง แต่ก็เรียบคลอง
 
ถึงไม่มีเสาไฟฟ้า ก็มีทุ่งนา และ กลุ่มดอกบัวตามข้างทาง เฮ้อ ช่างเป็นชีวิตที่แสนสงบ ทั้งๆที่ห่างมหาลัยที่แสนวุ่นวายนิสเดียว
              
 
May 19

ว่างจัด...เฝ้าร้าน

      เฮิก...ชีวิตตื่นประมาณ ๗ โมงก่าๆ พร้อมกะหาหารเช้าที่รออยู่ แต่ปราศจากคนภายในบ้าน อย่าถามนะว่าไปไหน...ก็เค้าไปทำงานหมดแล้วหละซี่ ตื่นซ๊ะตะวันแหย่ตูดป่านนี้ ใครจะมาอยู่บ้านเป็นเพื่อนเล่า โซซัดโซเซ มากินข้าว อาบน้ำ และมา เฝ้าร้าน
    
       การเฝ้าร้าน มันหนักหนาสาหัสขนาดไหน ไอ้คนไม่เคยมันก็ไม่รู้หรอก มันไม่ใช่ 7-11 นี่หว่า จะได้มีแอร์เย็นฉ่ำปอด จะแอบนอนก็ทำไม่ได้ เด๋วมันจะจิ๊กของอะ เฮ้อ ดีที่ยังมีของกินแบบอินฟินิตี้ แต่จะมีหน้ากินได้เท่าไหร่กันเชียว เดี๋ยวก็อิ่มอะ มันก็เลยมาลงเอยที่การอ่านหนังสือที่ขายในร้าน แรกๆก็ ดี๊ ด๊า อ่านไปอ่านมา เฮ้ย หนังสือชักจะหมดร้าน จะอ่านไรหว่า มองไปเห็นการ์ตูนผีเล่นละ 5 บาท อ่านก็ได้ว๊ะ ลดคลาสลงหน่อย ก็ดีกว่า ไปแกล้งแมว แกล้งหมาแถวร้านแก้เซ็ง อ่านไปอ่านมาชักจะเบื่อ จะไม่เบ่อได้ไงเล๊า.....มันเนื้อเรื่องเหมือนๆกันเด๊ะ เซ็งอะ
 
         วันนี้...หุๆ เป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์....และนี่ อย่าคิดว่ามันสวยหรูเหมือนในหนังฝรั่งนะ ปั่นจักรยานไป เขวี้ยง หนังสือพิพ์ไปตกที่สนามหญ้า มีหมาวิ่งมาคาม แต่นี่ เราส่งแบบโก๋คนไทย
ปรกติ ร้านเราจะยึด Market Share ในพื้นที่ตลาดสดโกสุมพิสัย 100% แต่ มีร้านอื่นพยายามเจาะกลุ่มลูกค้า ภาษาการตลาด เค้าเรียกว่า"เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด" แต่ภาษาที่บ้านเรียก
"แย่งลูกค้ากรู" อย่ามาๆ รู้น้อยแระช้านเป็นใคร ทำไงเหรอ ไอ้เราก็เด็กตลาดเก่า ไปโยนๆ หนังสือพิมพ์ไว้ก่อน จดเลข แผงไว้ แล้วค่อยวิ่งมาเก็บตังค์ ท่าทางมันจะแค้นเนอะ มาก็มาหลัง แถมยังโดนทำเส้นอีก ฮา...  โดนมันมองด้วยสายตาเหยีดยหยาม แต่ เราไม่กลัวฮ๊ะ เราร้านอยู่ใกล้ตลาดกว่า ได้รับของก่อน มีเรอะจะมาแหยมได้ 555
 
         เรื่อง สนุกหมดไปแล้ว มานั่งแกว่วอีก กลับบ้าน หอบเอา notebook มาเล่นฮ๊ะหนุกหนาน แก้เซ็งได้เยอะเลย แถมเวลาหวยออก เราก็โหลด แถมปรินท์ ขายได้ก่อนใครเพื่อน 555
ขอบคุณเทศบาลที่สนับสนุนการสือสารไร้สายด้วย ไวเรตฟรี แถมข้อนข้างเร็วด้วยดิ จะหมดสมัยแล้ว เด๋ว เท 1 เสียงนี้ให้อีกนะ 555
 
April 10

รวมเลยแล้วกัน 10/04/50

 
 05/04/50
    งืม คืนนี้แล้วนะที่จะถึงวันเกิดของเราซักกะที มีโทรศัพท์ กะ sms จากเพื่อนๆ น้องๆ มาเยอะเหมือนกันนะ
แต่ก็ดีใจมากกว่า คือ วันนี้มาอยู่ มข. เพือ่รักษานิ้วที่กระดูกมันแตก เอ็นมันขาด ได้ เฝือกอันใหญ่มาใส่เล่นๆ ก็ดูแปลกๆไปอีกแบบ
ขอบคุณหนิง นะ ที่ช่วยมายื่นคิวให้แต่เช้า 7 โมงกว่าๆ แต่ตรวจจริงก็ นู๊นนน 5 โมงครึ่ง จาเที่ยง แต่ก็ต้องทนเอาหละ ทำไรเสร็จทุกอย่างราวๆ
บ่าย 3 โมง แล้วก็ไปเล่นกะโจที่ คาแคร์ของมัน
    ตกดึก...รู้ว่าวันเกิดไม่ได้สนใจอาไรนักหนา ตีแบตดีกว่า ตีจนยามไล่ น้ำไม่อาบ เสื้อไม่เปลี่ยน ไปแบบเน่าๆ ไปหาหนิงก็เลยชวนไปกินนมกันดีกว่า
ขับรถให้หนุงหนิงนั่ง จอดร้านนม เลยจะหยิบเสื้อที่ ตะแกรงรถให้ แต่ก็ไปโดนกล่องอะไรซักอย่าง ทำให้หล่อนกรี๊ด แล้วก็รู้ว่า ข้างในเป็นเค็กนั่นเอง
แผนที่วางไว้ ล่มซ๊ะแล้วนะหนิง โทษทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็นะ แหะๆ...
   กินนมเสร็จ ไปที่ข้างคอมเพลกซ์ เป่าเค็กกาน เป็นเค็กก้อนเล็กๆ ที่ทีความสุขมากๆ ใส่อยู่ข้างใน ดีใจมาก ไม่รู้จะบอกยังไง แต่ก็เอากลับมาที่หอ 9 หลังเพราะไม่มีปัญญาจะกินมันเข้าไปได้ เนื่องจาก กินข้าวมาเต็มที่เลยแต่ก็ยกยอดมากินตอนเช้าแทนข้าวแล้วกันแทนข้าวเช้าไปเล้ยยย แล้วก็กลับมาบ้านถึงราว15.00 นั่งสักพัก ตอนเย็นๆ ก็มี ครอบครัว ของน้องแป๋มมาที่บ้าน ก็เลยเกิดการเลี้ยงเนื้อย่าง และ เค็กโก้โก้ของโปรดเกิดขึ้น
    ตอนร้องเพลง ทำเก๋แหวกแนว พนมมือแบบฟังเทศน์ที่วัดก้มลงหัวแทบโดนไฟไฟม้ และเมื่อเพลงจบเราก็ สา.....ธุ เป็นอันเสร็จพิธี (น่าจะข้ามเรื่องพวกนี้ไปเนอะ กินมันโลด รอนาน เสียเวลา)
 
9
March 23

รูปค่าย อาสา มมส

เนื่องจากกระหน่ำถ่าย เก็บภาพบรรยากาศ ไม่ได้เน้น มุมกล้องอะไรมากมายนัก ก็ขออภัย หลายๆท่านที่ติติงมาเรื่องมุมกล้องและแสงนะครับ เพราะไปทำงานครั้งนี้ ไป7 วัน ไม่สบายซ๊ะ 3 วัน ไมเกรนขึ้นตลอด ไม่อาจทำให้มันดูดีมากกว่านี้ได้แล้วครับ
 
                ขอบคุณที่ให้คำแนะนำครับ
               อยากให้แก้ไขเพิ่มเติมอะไรก็ comment ไว้นะครับ